ปัญหาผมร่วงของคุณแม่หลังคลอด ดูแลได้อย่างไรบ้าง

อาการผมร่วงหลังคลอดบุตรของคุณแม่หลาย ๆ คน ถือเป็นอาการที่สามารถพบเห็นได้บ่อยเป็นอย่างมาก เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนของคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลงหลังจากอุ้มท้องมานานกว่า 9 เดือนด้วยกัน ในขณะที่อุ้มท้องอยู่นั้น ร่างกายของผู้หญิงจะต้องผลิตฮอร์โมนชนิดนี้ออกมาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เส้นผมของแม่ขณะอุ้มท้องดูเงางาม และแข็งแรง แต่หลังจากคลอดลูกออกมาแล้วนั้น ระดับฮอร์โมนที่เคยสูงจะลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เส้นผมที่เคยเงางามกลับร่วงลงในจำนวนมากนั่นเอง ดังนั้นคุณแม่ทุกคนจำเป็นต้องหาวิธีดูแลเส้นผมให้ดีที่สุด เพื่อป้องกันผมร่วงหลังคลอดนั่นเอง

ผมร่วงหลังคลอดลูก มีความอันตรายหรือไม่

เชื่อว่าอาการผมร่วงหลังคลอดจะเป็นอาการที่ทำให้คุณแม่หลาย ๆ คนกังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะกลัวว่าจะเกิดอันตราย ซึ่งจะต้องบอกเลยว่าอาการผมร่วงหลังคลอดนั้น จะไม่ก่อให้เกิดภาวะอันตรายใด ๆ เพราะโดยปกติแล้วผมที่ร่วงหลังคลอดจะเป็นเพียงผมส่วนน้อยเท่านั้น ทั้งนี้อาการผมร่วงยังไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน ส่วนใหญ่แล้วอาการผมร่วมจะเริ่มแสดงอาการหลังคลอดประมาณ 3-4 เดือน และเมื่อผ่านไปประมาณ 6-12 เดือน อาการผมร่วงจะหายไปเอง

แนะนำวิธีการดูแลผมร่วงหลังคลอด ดูแลอย่างไรให้เหมาะสม

แม้ว่านาน ๆ ไปแล้วอาการผมร่วงของคุณแม่หลังคลอดจะสามารถหายไปเองได้ แต่เชื่อเถอะว่าหากคุณแม่ผมร่วงเป็นจำนวนมากกว่าเดิม จะต้องเกิดความกังวลใจอย่างแน่นอน ดังนั้นเราไปดูวิธีการดูแลผมร่วงหลังคลอดกันเลยว่า จะมีวิธีดูแลอย่างไรบ้าง

  • หวีผมอย่างเบามือ เพราะหากเราหวีผมแรง ๆ จะทำให้ผมร่วงมากขึ้นกว่าเดิม
  • ไม่หวีผมบ่อยเกินไป เพราะการหวีผมบ่อย ๆ จะทำให้เส้นผมที่ไม่แข็งแรงเป็นทุนเดิม เปราะและขาดได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ความเส้นกับเส้นผม ทั้งการเป่าผมด้วยไดร์ หรือการหนีบผม การดัดผมด้วยความร้อน เพราะจะทำให้เส้นผมเสีย และร่วงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
  • รับประทานอาหารเสริม ที่มีประสิทธิภาพช่วยบำรุงเส้นผม หรือวิตามินช่วยบำรุงเส้นผม อย่างเช่น วิตามินเอ บี ซี ดี และอี โปรตีน ธาตุเหล็กและสังกะสี เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มากเพียงพอ สามารถไปบำรุงเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้หญิงผมร่วงจะถือเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนกังวลอย่างมาก เพราะผมของผู้หญิงจะมีความสำคัญมากที่สุด ทั้งนี้หากคุณแม่พบว่าเมื่อคลอดลูกไปนาน ๆ แล้ว ผมยังร่วงเหมือนเดิม หรือมีผมร่วงเป็นหย่อม ๆ ควรรีบเข้าพบแพทย์ในทันที เนื่องจากอาจจะเป็นสัญญาณของโรคอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ผมร่วงหลังคลอดได้นั่นเอง

Related Post

Omicron

เช็กอาการติด “โอไมครอน” อาการแบบนี้เสี่ยงติดแล้วหรือยังเช็กอาการติด “โอไมครอน” อาการแบบนี้เสี่ยงติดแล้วหรือยัง

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ยังไม่น่าไว้วางใจ โดยเฉพาะการระบาดระลอกใหม่ของโอไมครอน สายพันธุ์วิวัฒนาการสร้างความหวั่นวิตกให้กับประชาชนชาวไทยอย่างมาก ดังนั้นเพื่อสร้างความมั่นใจว่า คุณเป็นหนึ่งในคนที่ปลอดภัย ไปดูกันดีกว่าว่า อาการของการติด “โอไม่ครอน” ล่าสุดมีอาการอย่างไรบ้าง เช็กอาการติดโอไมครอน  เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2564 พญ. อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศบค. (ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ได้เปิดเผยข้อมูลของผู้ติดเชื้อโควิด – 19 สายพันธุ์โอไมครอนที่มีอาการทั้งหมด 41 ราย 8

เทคโนโลยี CRISPR

เทคโนโลยี CRISPR: ไขรหัสแก้ไขยีน… คือความหวังใหม่ในการรักษาโรคได้จริงหรือ?เทคโนโลยี CRISPR: ไขรหัสแก้ไขยีน… คือความหวังใหม่ในการรักษาโรคได้จริงหรือ?

เทคโนโลยี CRISPR (Clustered Regularly Interspaced Short Palindromic Repeats) เป็นนวัตกรรมปฏิวัติวงการชีววิทยาที่เปรียบเสมือน “กรรไกรโมเลกุล” ที่สามารถตัดต่อและแก้ไขลำดับดีเอ็นเอ (DNA) ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ ด้วยศักยภาพในการแก้ไขยีนที่บกพร่องซึ่งเป็นสาเหตุของโรคทางพันธุกรรม ทำให้ CRISPR กลายเป็นความหวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติในการรักษาโรคที่เคยถูกมองว่ารักษาไม่หาย คำถามคือ เทคโนโลยีนี้สามารถ “แก้ไขยีนเพื่อรักษาโรค” ได้จริงหรือไม่ และความก้าวหน้าในปัจจุบันไปถึงจุดใดแล้ว หัวใจสำคัญของ CRISPR: กลไกแห่งความแม่นยำ CRISPR มีต้นกำเนิดมาจากกลไกป้องกันตัวเองตามธรรมชาติของแบคทีเรีย โดยใช้โปรตีนที่เรียกว่า Cas9 (หรือโปรตีน

เจาะลึกเทคโนโลยีตัดต่อยีนเปลี่ยนโฉมวงการแพทย์เจาะลึกเทคโนโลยีตัดต่อยีนเปลี่ยนโฉมวงการแพทย์

เทคโนโลยีตัดต่อยีนเปลี่ยนโฉมวงการแพทย์ เทคโนโลยีตัดต่อยีน หรือที่รู้จักกันในชื่อ CRISPR-Cas9 และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นการปรับเปลี่ยนลำดับดีเอ็นเอในสิ่งมีชีวิตได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในวงการแพทย์สมัยใหม่ ด้วยความสามารถนี้ เทคโนโลยีตัดต่อยีนได้เปิดทางในการรักษาโรคพันธุกรรม โรคมะเร็ง รวมทั้งการพัฒนายารักษาที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยอ้างอิงจากสถิติการวิจัยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พบว่าการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในการทดลองทางคลินิกเพิ่มขึ้นถึง 40% และในบางกรณีช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้จะเจาะลึกความหมายของเทคโนโลยีตัดต่อยีน คุณลักษณะสำคัญ และผลกระทบในวงการแพทย์ พร้อมด้วยตัวอย่างการประยุกต์ใช้จริงในปัจจุบัน การกำหนดความหมายและคุณลักษณะของเทคโนโลยีตัดต่อยีน เทคโนโลยีตัดต่อยีนหมายถึงกระบวนการทางชีววิทยาในการแก้ไขหรือตัดต่อส่วนของดีเอ็นเอในจีโนมหรือเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ซึ่งสามารถทำได้ด้วยเครื่องมือหลายชนิด โดยที่ Dr. Jennifer Doudna หนึ่งในผู้บุกเบิกเทคโนโลยี CRISPR-Cas9